สวัสดีเพื่อนๆ สายเที่ยวและสายกินทุกคนครับ! ช่วงนี้ภูเก็ตฝั่ง “เชิงทะเล” หรือย่านลากูน่าและ Boat Avenue กำลังคึกคักและกลายเป็นฮับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่น่าจับตามองมากๆ
ใครที่เคยขับรถข้ามสะพานสารสินจากพังงามาเที่ยวภูเก็ตบ่อยๆ น่าจะสัมผัสได้เลยว่าความเจริญและร้านอาหารเก๋ๆ เริ่มขยับขยายมาทางฝั่งถลางมากขึ้นเรื่อยๆ แอดเองในฐานะคนพื้นที่ที่ชอบตระเวนหาร้านอร่อยๆ มารีวิวให้ทุกคนฟัง ก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาอัปเดตพิกัดใหม่ที่กำลังเป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ในปี 2026นี้

ถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์ DAY & NIGHT แอดเชื่อว่าสายคาเฟ่และฟู้ดดี้หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดี เพราะสาขาแรกตรงถนนดีบุก ย่านเมืองเก่าภูเก็ต นั้นทำผลงานไว้ได้ท็อปฟอร์มมาก ด้วยคอนเซปต์การหยิบเอาตึกเก่ามาแปลงโฉมเป็นร้านอาหารสไตล์วินเทจสุดคลาสสิก จนขยายสาขาไปทั้งที่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และเกาะสมุย
และล่าสุด ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว ทางแบรนด์ได้มาเปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่ “เชิงทะเล” ซึ่งแอดขอบอกเลยว่า สาขานี้เค้าไม่ได้มาเล่นๆ แต่ยกเอาความอลังการ งานดีไซน์ และรสมือระดับพระกาลมาตั้งไว้ริมบึงน้ำแบบจัดเต็ม
ทริปนี้แอดเลยขออาสาพาไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุม เปิดประสาทสัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ให้ทุกคนได้เห็นภาพกันชัดๆ ว่าทำไมคาเฟ่และร้านอาหารแห่งนี้ถึงกลายเป็นจุดเช็คอินลับที่คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแวะมานั่งชิลกันตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน เตรียมจดลิสต์เมนูแล้วตามแอดมาเลยครับ!

อ่านข้ามมาตรงนี้เลย (สรุป)
- จุดเด่นที่ทำให้อยากกลับไปซ้ำ: คาเฟ่และร้านอาหารที่สวยตะลึงด้วยคอนเซปต์ “เหมืองแร่ภูเก็ต” (Phuket’s mining heritage) ผสมผสานความคลาสสิกแบบวินเทจเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว มีทั้งโซนห้องแอร์เย็นฉ่ำและโซนริมน้ำที่มู้ดดีมาก ยิ่งช่วงค่ำมีดนตรีสดแนวบอสซาโนวาและแซกโซโฟนมาเล่นคลอ บอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ
- เหมาะกับใครมากที่สุด: สายคาเฟ่ที่ชอบเสพงานสถาปัตยกรรมและล่ามุมถ่ายรูป คู่รักที่กำลังมองหาสถานที่เดตริมน้ำยามเย็น หรือกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากทานอาหารสไตล์ Comfort Food รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง ทั้งอาหารไทยพื้นถิ่นและอาหารยุโรป
- เรตราคาและงบประมาณ: เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาทต่อคน ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ รสมือของเชฟระดับท็อป และบรรยากาศที่ได้รับ
มู้ดแอนด์โทนของที่นี่
ก้าวแรกที่แอดเดินผ่านซุ้มประตูอิฐสีเข้มเข้ามา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเท่และความหรูหราที่พุ่งเข้ามากระแทกตาเลยทีเดียว

คอนเซปต์หลักของการออกแบบที่นี่คือการหยิบเอาเรื่องราวของ “เหมืองแร่” (Tin Mining) ซึ่งเป็น ยุคทองทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจ ของจังหวัดภูเก็ตในอดีต มาตีความใหม่และถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
โทนสีของร้านจะเน้นไปทางสีดำ เทาเข้ม และสีน้ำตาลของไม้ ตัดกับโครงเหล็กและแสงไฟวอร์มไลท์สีทองที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณ ให้ฟีลลิ่งที่ดูพรีเมียมแต่ก็มีความ cozy อบอุ่นเป็นกันเอง ไม่ได้ดูอึดอัดจนเกินไป พื้นที่ของร้านกว้างขวางมาก มีการแบ่งโซนอย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

| โซนที่นั่งภายในร้าน | บรรยากาศและจุดเด่น (Vibe & Highlights) | เหมาะสำหรับ |
| Indoor (ห้องแอร์) | เพดานสูงโปร่ง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หนังและไม้สไตล์คลาสสิกวินเทจ มีกลิ่นอายความลึกลับนิดๆ เหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังฝรั่ง แสงสวยละมุน ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูแพง | วันที่อากาศร้อน, การคุยธุรกิจ, กลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งทานอาหารมื้อกลางวันสบายๆ |
| Outdoor (ริมน้ำ) | ระเบียงไม้กว้างขวางทอดยาวขนานไปกับบึงน้ำ รับลมธรรมชาติเอื่อยๆ มีแสงแดดอ่อนๆ รำไรผ่านยอดไม้ในช่วงบ่าย | สายชิลที่ชอบสัมผัสธรรมชาติ, คนที่พาน้องหมามาด้วย (กรุณาสอบถามร้านก่อน) |
| Bar Area | บาร์เครื่องดื่มที่ตกแต่งด้วยขวดเรียงราย แสงไฟสะท้อนแก้วคริสตัลระยิบระยับ มีบาร์เทนเดอร์คอยเชคเครื่องดื่มให้ดูกันเพลินๆ | สายค็อกเทล, คนที่มานั่งดริ้งก์คนเดียว หรือเดตยามค่ำคืน |
จุดที่แอดประทับใจสุดๆ คือเรื่องของ “แสงและเสียง” ในช่วงเวลากลางวัน ร้านจะทำหน้าที่เป็นคาเฟ่ที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาสวยงามมาก เหมาะกับการมานั่งจิบกาแฟ กินขนมเค้ก
แต่พอแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงและเข้าสู่ช่วงค่ำ ร้านจะทรานส์ฟอร์มตัวเองกลายเป็นบาร์และร้านอาหารสุดโรแมนติก ไฟประดับนับร้อยดวงจะสว่างขึ้นสะท้อนกับผิวน้ำ พร้อมกับเสียงดนตรีสดแนว Bossa Nova และ Saxophone ที่เริ่มบรรเลงคลอเบาๆ

แอดบอกเลยว่า มู้ดมันดีมากกกก ดีจนใจเจ็บ กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาเตะจมูก ผสมกับเสียงดนตรีแจ๊ส มันช่วยให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือการขับรถเที่ยวหายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ บางรีวิวของลูกค้าต่างชาติถึงกับบอกว่าที่นี่ให้ฟีลเหมือนอยู่ใน “Alice in Wonderland” ซึ่งแอดว่าไม่เกินจริงเลย
ซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่ง
มาถึงไฮไลต์สำคัญที่ทำให้หลายคนยอมขับรถฝ่ารถติดมาถึงเชิงทะเล นั่นก็คือ “อาหาร” ครับ ความพิเศษของที่นี่คือเมนูอาหารสไตล์ Comfort Food ทั้งไทยและยุโรป ที่ถูกรังสรรค์และควบคุมคุณภาพโดย “เชฟวี” เชฟมือฉมังที่มีประสบการณ์ในวงการอาหารมากว่า 20 ปี และเคยร่วมงานกับเชฟระดับมิชลินสตาร์ในไทยมาแล้ว ดังนั้นเรื่องความพิถีพิถันและการจัดจาน (Plating) แอดรับประกันว่าสวยงามระดับ Fine Dining แต่รสชาติยังคงความจัดจ้านแบบถึงพริกถึงขิงตามสไตล์คนใต้ครับ

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น แอดขอแบ่งเมนูห้ามพลาดออกเป็นหมวดหมู่ตามนี้เลยครับ
เมนูอาหารคาว (Savory Highlights)

- น้ำพริกอ่องมันปู (Crab Roe Chili Paste): เปิดมื้อกันด้วยเมนูที่แอดขอยกให้เป็น MVP น้ำพริกอ่องที่ไม่ได้มีแค่หมูสับ แต่ใส่ “มันปู” ลงไปแบบจุกๆ รสชาติเข้มข้น หอมมันปูเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่ตักเข้าปาก เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสดกรอบๆ นานาชนิด และที่เด็ดสุดคือมี “ข้าวเหนียวย่าง” ร้อนๆ หอมกลิ่นเตาถ่านมาให้ทานคู่กัน เมนูนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด หรอยแรง!

- ปลากรอบแตงโม (Watermelon with Crispy Fish): เมนูคลายร้อนตำรับชาววังที่หาทานยากมากในยุคนี้ ทางร้านเลือกใช้แตงโมเนื้อทรายหวานฉ่ำ แช่เย็นจัดๆ โรยด้วยปลาแห้งเนื้อกรอบที่ปรุงรสมาเค็มๆ หวานๆ ลงตัวสุดๆ เป็นออเดิร์ฟที่ช่วยล้างปากและรีเฟรชความสดชื่นได้ดีเยี่ยม

- พะโล้ต้มแซ่บ (Spicy Braised Pork Stew): ใครที่คิดว่าพะโล้ต้องหวานเลี่ยน แอดขอให้มาลองจานนี้! ทางร้านนำเนื้อหมูสามชั้นและซี่โครงไปตุ๋นด้วยเครื่องพะโล้จนเปื่อยละลายในปาก จากนั้นนำน้ำซุปมาปรุงรสใหม่สไตล์ “ต้มแซ่บ” ใส่พริก มะนาว สมุนไพร ซดน้ำร้อนๆ เข้าไปคือตาสว่าง รสชาติจัดจ้าน ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ คือฟินที่สุด

- ปลากะพงทอดทรงเครื่อง (Fried Chilli with Sea Bass): ปลากะพงตัวโต คัดไซส์สดๆ จากทะเลอันดามัน นำไปทอดจนหนังกรอบเฟิร์ม แต่เนื้อด้านในยังขาวนุ่มฟู ไม่อมน้ำมัน ราดด้วยเครื่องยำสมุนไพรแบบตะโกน ทั้งตะไคร้ พริก หอมแดง ปรุงรสเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดครบรส กินเพลินมาก

- สปาเก็ตตี้สไปซี่มันกุ้งและกุ้ง (Spicy Crispy Vongole Pasta): สายเส้นต้องกริ๊ด! เส้นสปาเก็ตตี้ต้มมาแบบ Al Dente หนึบสู้ฟันกำลังดี คลุกเคล้ากับซอสสไปซี่มันกุ้งที่เคลือบเส้นทุกอณู กลิ่นหอมนัวๆ ของมันกุ้งพุ่งขึ้นจมูก เสิร์ฟพร้อมกุ้งตัวโตๆ เนื้อเด้งหวาน หรือใครชอบหอยลายก็มีออปชัน Vongole ที่ใส่หอยตลับสดๆ ผัดไวน์ขาวให้เลือกด้วย
- Ultimate Smash Cheeseburger: สำหรับสายฝอที่ชอบกินเนื้อ เบอร์เกอร์จานนี้คือคำตอบ เนื้อวัวบดเกรดพรีเมียมนำไป Smash บนเตาร้อนๆ ให้ขอบมีความกรอบเกรียม (Maillard reaction) แต่ด้านในยังฉ่ำซอส โปะด้วยชีสเยิ้มๆ ประกบด้วยขนมปังบริยอชนุ่มๆ กัดเข้าไปคำแรกคือน้ำตาจะไหล อร่อยมาก

- พิซซ่า บูร์ราตา โปรชุตโต (Burrata Prosciutto Pizza): พิซซ่าเตาถ่านแป้งทำเอง (Homemade Pizza) อบมาแบบขอบพองกรอบและมีรอยไหม้นิดๆ ให้กลิ่นหอมฟืน ท็อปด้วยพาร์มาแฮม (Prosciutto) รสเค็มกำลังดี และจุดเด่นคือชีส Burrata ก้อนโตตรงกลางที่พอเอามีดผ่าปุ๊บ ครีมชีสเยิ้มๆ ก็จะไหลออกมาเคลือบหน้าพิซซ่า นัวสุดๆ
หมวดของหวานและเครื่องดื่ม (Sweet & Drinks)
หลังจากอิ่มของคาวแล้ว แอดบอกเลยว่าต้องเผื่อกระเพาะไว้ให้ของหวานร้านนี้ด้วย เพราะเมนูเบเกอรี่และเครื่องดื่มเขาทำถึงจริงๆ ครับ

- บัวลอยไข่เค็มไชยา (Bingsu with Salted Egg Yolk): บิงซูเกล็ดหิมะเนื้อเนียนละเอียด รสชาติลีนๆ ไม่หวานจัด ท็อปด้วยเม็ดบัวลอยต้มสุกหนึบหนับ และที่เด็ดคือราดด้วยซอสไข่เค็มไชยา รสชาติเค็มๆ มันๆ หอมกลิ่นไข่เค็มแท้ๆ เข้ากันอย่างประหลาด แอดว่าเป็นของหวานที่กินแล้วชื่นใจและไม่เลี่ยนเลย

- คาเคา นิบส์ มัทฉะ (Cacao Nibs Matcha): สายชาเขียวห้ามพลาด มัทฉะเกรดพรีเมียมชงสดใหม่ รสชาติเข้มข้น มีความอูมามิ ท็อปด้วย Cacao Nibs หรือเมล็ดโกโก้คั่วบดที่ให้ความกรุบกรอบและติดขมปลายๆ เป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ดื่มง่าย สดชื่น และมิติรสชาติดีมาก
- บริยอชโทสสังขยา (Brioche Toast with Custard): ขนมปังบริยอชก้อนโต ทาเนยฉ่ำๆ นำไปกริลล์จนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมสังขยาใบเตยโฮมเมดรสชาติละมุน หอมกลิ่นใบเตยเตะจมูก
| หมวดหมู่เมนู | ไฮไลต์ที่แอดแนะนำ | เรตราคาโดยประมาณ |
| อาหารไทยพื้นถิ่น | น้ำพริกอ่องมันปู, พะโล้ต้มแซ่บ, ข้าวคลุกกะปิหมูหวาน 72 ชม. | 250 – 450 บาท |
| อาหารตะวันตก (Western) | Ultimate Smash Cheeseburger, Truffle Soup, สปาเก็ตตี้สไปซี่ | 300 – 600 บาท |
| พิซซ่าโฮมเมด | พิซซ่าบูร์ราตาโปรชุตโต, Supreme Pepperoni | 400 – 550 บาท |
| ของหวานและเครื่องดื่ม | บัวลอยไข่เค็มไชยา, คาเคานิบส์มัทฉะ, บานอฟฟี่พาย | 150 – 300 บาท |
พิกัดและการเดินทาง

- เส้นทาง: ร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์อย่าง โครงการ Boat Avenue เชิงทะเล (อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต)
- หากเพื่อนๆ ขับรถมาจากทาง สะพานสารสิน/พังงา หรือ สนามบินภูเก็ต ให้มุ่งหน้าลงใต้ตามถนนเทพกระษัตรี เมื่อถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนศรีสุนทร (ทางหลวง 4025) ขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกไฟแดงเชิงทะเล ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยทางไปหาดบางเทา (ถนนเชิงทะเล) ขับไปอีกประมาณ 800 เมตร จะเจอทางเข้าโครงการ Boat Avenue อยู่ทางซ้ายมือ
- หากมาจากฝั่ง ป่าตอง หรือ กมลา ให้ขับเลียบเส้นชายหาดขึ้นมาทางเหนือ ผ่านหาดสุรินทร์ พอเจอสามแยกไฟแดงเชิงทะเลให้เลี้ยวซ้ายเข้า Boat Avenue ได้เลย
- พอเลี้ยวเข้าโครงการปุ๊บ ให้ขับไปทางโซนริมบึงน้ำ ร้าน Day & Night จะตั้งตระหง่านโดดเด่น สังเกตเห็นกำแพงอิฐสีเข้มและดีไซน์สไตล์เหมืองแร่ได้ง่ายมากครับ
- ใกล้ที่เที่ยว: หาดบางเทา (ขับรถ 10 นาที), หาดสุรินทร์, เดินข้ามถนนก็ถึงเลย
จดข้อมูลไว้เลย

- ชื่อ: DAY & NIGHT of Cherng Talay
- ประเภท: คาเฟ่, บาร์, ร้านอาหาร (Thai & European Comfort Food)
- ที่อยู่: โครงการ Boat Avenue เชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110
- เวลาเปิด-ปิด/เช็คอิน-เช็คเอาต์: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 – 24:00 น. (เที่ยงวันยันเที่ยงคืน)
- โทร: 076 609 356
- Google Maps: https://maps.app.goo.gl/hswGc6guJyMibGV6A
- Facebook/IG/Tiktok: DAY & NIGHT of Cherng Talay
ไฮไลต์เด็ดประจำที่นี่

- ดีไซน์ร้านยืนหนึ่ง ไม่ซ้ำใคร: การนำคอนเซปต์ “เหมืองแร่ภูเก็ต” มาเล่น ถือเป็นการเคารพประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ทำออกมาได้แพงและดูอินเตอร์มาก มุมถ่ายรูปเยอะจนเมมโมรี่โทรศัพท์แทบเต็ม ตั้งแต่ซุ้มประตู กำแพงอิฐ บาร์เครื่องดื่ม ไปจนถึงห้องน้ำ เรียกว่าสายคอนเทนต์มาที่นี่คือคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน

- สุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรี: ไม่ใช่ทุกร้านที่จะลงทุนจ้างวงดนตรีสดมาเล่น Bossa Nova และ Saxophone บรรเลงริมน้ำแบบนี้ เสียงเพลงนุ่มๆ ช่วยยกระดับบรรยากาศให้กลายเป็นมื้อค่ำสุดหรู จ่ายราคาหลักร้อยหลักพัน แต่ได้ไวบ์ระดับโรงแรมห้าดาว

- รสชาติอาหารที่ไม่มีคำว่า “ออมมือ”: แม้ร้านจะดูหรูหราดึงดูดชาวต่างชาติ แต่อาหารไทยของที่นี่ก็ปรุงรสจัดจ้านตามตำรับพื้นถิ่นแท้ๆ ในขณะที่อาหารฝรั่งก็ใช้วัตถุดิบพรีเมียม ชีสเป็นชีส ทรัฟเฟิลเป็นทรัฟเฟิล อร่อยแบบไม่ต้องลุ้นเลยครับ
คำแนะนำจากคนพื้นที่
แอดขอแวะกระซิบเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้การมาเยือนที่นี่ราบรื่นและเป๊ะปังที่สุดครับ

- เรื่องการจอดรถใน Boat Avenue: โครงการ Boat Avenue ในช่วงเย็น (โดยเฉพาะวันศุกร์ที่มีตลาดนัด Night Market) รถจะพลุกพล่านมาก ที่จอดรถหลักของโครงการอาจจะเต็มเร็ว แอดแนะนำให้เผื่อเวลามาสัก 15-20 นาที
- หากที่จอดฟรีเต็ม สามารถขับเลยไปหาที่จอดรถเอกชนใกล้เคียงได้ ซึ่งจะมีค่าบริการรายชั่วโมงประมาณ 20-40 บาท จ่ายนิดหน่อยแลกกับความสบายใจ ไม่ต้องจอดริมถนนเสี่ยงโดนล็อกล้อครับ
- จองโต๊ะโซนริมน้ำล่วงหน้า: โซนริมน้ำคือโซนที่ฮอตฮิตที่สุดในช่วงพระอาทิตย์ตก ถ้าใครตั้งใจจะพาแฟนมาเดต แนะนำให้โทรมาจองโต๊ะล่วงหน้าสัก 1-2 วันครับ ระบุไปเลยว่าขอโต๊ะมุมสวยๆ ริมน้ำ จะได้ฟินกับบรรยากาศแบบเต็มร้อย
- Dress Code สำหรับสายถ่ายรูป: โทนร้านค่อนข้างขรึม เข้ม และดูวินเทจ แอดแนะนำให้สาวๆ แต่งตัวด้วยชุดโทนสีเอิร์ธโทน (เบจ, ขาว, น้ำตาล) หรือถ้าอยากเด่นทะลุเฟรมไปเลยก็จัดชุดเดรสสีแดงสด หรือสีเหลืองมัสตาร์ดมาเลยครับ ถ่ายรูปตอนกลางคืนเปิดแฟลชสาดเข้าไป รับรองว่าปัง!
แวะเที่ยวรอบๆ
ทานของอร่อยเสร็จแล้ว แอดขอแนะนำพิกัดใกล้เคียงสำหรับเดินย่อยหรือขับรถไปชิลต่อ โซนเชิงทะเลและลากูน่ามีที่เที่ยวเยอะมากครับ
| สถานที่ท่องเที่ยว / จุดเช็คอิน | ระยะห่าง | จุดเด่นที่แอดอยากป้ายยา |
| Porto de Phuket | ขับรถ 5 นาที | คอมมูนิตี้มอลล์ดีไซน์สวยที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีโซน Pet-friendly เดินย่อยดูของตกแต่งบ้าน หรือแวะ Central Food Hall ซื้อของสดกลับบ้านได้สบายๆ |
| หาดบางเทา | ขับรถ 10 นาที | ชายหาดที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในภูเก็ต (ยาวกว่า 8 กม.) ทรายขาวละเอียด คลื่นไม่แรงมาก เหมาะกับการไปปูเสื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือหาร้าน Beach Club นั่งจิบเครื่องดื่มต่อ |
| หาดสุรินทร์ | ขับรถ 12 นาที | หาดนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสแจ๋วสีฟ้าอมเขียว และแนวต้นสนที่ให้ร่มเงา บรรยากาศจะคึกคักกว่าบางเทานิดหน่อย มีสตรีทฟู้ดขายริมหาดเพียบ |
| ตึกชิโนโปรตุกีส เมืองเก่าภูเก็ต | ขับรถ 30 นาที | หากใครมีเวลาเหลือ แอดเชียร์ให้ขับเข้าเมืองไปเดินเล่นย่าน Old town ถ่ายรูปกับตึกเก่า แวะกินโอ้เอ๋วคลายร้อน แล้วอาจจะแวะไปเปรียบเทียบสาขาแรกของ Day & Night ด้วยก็ได้นะ |
ไปช่วงไหนดีสุด
เพื่อให้ได้แสงสวยที่สุดสำหรับทำคอนเทนต์ แอดแนะนำให้มาถึงร้านช่วง 17:00 – 18:30 น. ครับ ช่วงนี้แดดร่มลมตก แสงแดดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมทอง (Golden Hour) สาดเข้ามากระทบกับงานไม้และอิฐของตัวร้าน ถ่ายรูปออกมาผิวจะละมุน หน้าผ่องมาก
นั่งทานอาหารว่างและเครื่องดื่มเย็นๆ ไปพลางๆ พอฟ้าเริ่มมืดเข้าสู่ช่วง Twilight ทางร้านจะเปิดไฟแสงวอร์มไลท์ มู้ดของร้านจะถูกยกระดับให้กลายเป็นบาร์สุดโรแมนติก พร้อมกับเสียงดนตรีแซกโซโฟนที่จะเริ่มบรรเลงในช่วงค่ำ เรียกว่ามารอบเดียว ได้เสพบรรยากาศถึง 2 อารมณ์เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย
ที่จอดรถ DAY & NIGHT เชิงทะเล มีไหม / จอดที่ไหนได้บ้าง?
- มีพื้นที่จอดรถลานกว้างของโครงการ Boat Avenue ให้บริการฟรี แต่ในช่วงเย็นและวันหยุดสุดสัปดาห์ (โดยเฉพาะวันศุกร์ที่มีตลาดนัด) รถจะหนาแน่นมาก
- หากที่จอดในโครงการเต็ม แนะนำให้จอดบริเวณลานจอดเอกชนใกล้เคียง (เช่น หลังตึก NT หรือลานด้านข้าง) ซึ่งจะมีค่าบริการประมาณ 20-40 บาทต่อชั่วโมง ปลอดภัยและสะดวกกว่าการจอดริมถนนที่อาจกีดขวางการจราจรครับ
DAY & NIGHT เชิงทะเล รับชำระบัตรเครดิต หรือสแกนจ่ายไหม?
- ทางร้านยินดีรับชำระทั้งเงินสด, สแกน QR Code (PromptPay) และรองรับบัตรเครดิตทุกธนาคารหลัก ไม่ว่าจะเป็น Visa, Mastercard, JCB หรือ Diners Club ทานมื้อใหญ่หลักพันได้สบายๆ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะครับ
พา Pet เข้า DAY & NIGHT เชิงทะเล ได้ไหม?
- โซนเชิงทะเล ลากูน่า และบางเทา ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสัตว์ (Pet-Friendly Zone) อย่างไรก็ตาม สำหรับร้าน Day & Night เนื่องจากมีการแบ่งโซนห้องแอร์และโซนร้านอาหารชัดเจน แอดแนะนำให้โทรสอบถามเงื่อนไขกับทางร้านโดยตรงก่อนนำสัตว์เลี้ยงมาครับ (ส่วนใหญ่ร้านในย่านนี้จะอนุญาตให้น้องๆ นั่งในโซน Outdoor ริมน้ำได้ โดยต้องอยู่ในสายจูงหรือกระเป๋าอย่างเรียบร้อย)
ไป DAY & NIGHT เชิงทะเล ช่วงไหนคนไม่เยอะ?
- หากเพื่อนๆ ต้องการมาเสพบรรยากาศแบบเงียบสงบ นั่งอ่านหนังสือ หรือคุยธุรกิจแบบเป็นส่วนตัว แอดแนะนำให้มาช่วง 11:00 – 14:00 น. ในวันธรรมดา (จันทร์ – พฤหัสบดี) ลูกค้าจะยังไม่แน่นมาก สามารถเลือกมุมถ่ายรูปได้อย่างอิสระ ไม่ติดคนอื่นในเฟรมแน่นอน
มีปลั๊ก/ไวไฟพร้อมนั่งทำงานไหม?
- ทางร้านมีบริการ Free Wi-Fi ให้ลูกค้าใช้งานฟรี สัญญาณแรงดีครับ สำหรับปลั๊กไฟจะมีให้บริการในบางมุมโซน Indoor อย่างไรก็ตาม ด้วยบรรยากาศที่เน้นการรับประทานอาหารและสังสรรค์ อาจจะไม่ได้ออกแบบมาเป็น Co-working space เต็มตัว แอดแนะนำว่าถ้าจะมานั่งปั่นงานยาวๆ ควรชาร์จแบตแล็ปท็อปมาให้เต็มจะดีที่สุดครับ
เสียงจากผู้มาเยือน
เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทุกคน แอดขอหยิบยกเสียงสะท้อนจากลูกค้าที่ไปใช้บริการจริงมาฝากกันสักนิดครับ:
- “อาหารอร่อยมากค่ะ อร่อยจริงจัง ชอบทุกจาน มาได้บ่อยไม่เบื่อเลย ไทยเป็นไทยรสจัดจ้าน บรรยากาศร้านก็ดีงาม ช่วงวิกฤตที่ผ่านมาก็เห็นความใส่ใจของร้าน พนักงานบริการดีมาก” – คุณ Tiger Cry
- “ร้านตกแต่งทันสมัย ดีไซน์สวยงามมาก มีโซนแอร์และริมน้ำ อาหารมีหลากหลาย เมนูยุโรปก็ทำได้ดี แถมช่วงค่ำมีดนตรีสดเล่นทุกวัน พนักงานถูกเทรนมาอย่างดี” – รีวิวจากผู้ใช้ Wongnai และ Google
- “ใครมาแถวเชิงทะเลแล้วหาร้านมู้ดดีๆ ดนตรีเพราะๆ แนะนำเลย บรรยากาศตอนกลางคืนเปลี่ยนไปอีกแบบ อาหารฟิวชั่นรสชาติดี ถ่ายรูปออกมาสวยโดยไม่ต้องแต่งสีเยอะเลย” – คุณ Prinqminq
เอาเป็นว่า… DAY & NIGHT สาขาใหม่เชิงทะเล คืออีกหนึ่งหมุดหมายที่ทำมาตรฐานไว้สูงลิบลิ่ว ทั้งเรื่องบรรยากาศที่พิถีพิถัน คอนเซปต์ที่ชัดเจน และรสชาติอาหารที่กินแล้วต้องบอกต่อ
ใครที่มาเที่ยวภูเก็ต หรือเพื่อนๆ คนพังงาที่อยากหนีความจำเจ ขับรถข้ามสะพานสารสินมาหาดินเนอร์มื้อพิเศษในวันหยุด ลองแวะมาเช็คอินกันดูนะครับ แอดรับประกันว่าได้รูปสวยๆ ไว้อัปลงไอจี และอิ่มท้องกลับบ้านแบบประทับใจแน่นอน
ถ้าใครไปลองสั่ง “น้ำพริกอ่องมันปู” หรือ “พะโล้ต้มแซ่บ” ตามที่แอดป้ายยาแล้วถูกใจ แวะมาคอมเมนต์กระซิบบอกแอดในเพจหรอยจังพังงา ภูเก็ต บ้างน้า~ ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า สวัสดีครับ! 🥰








